วิหกเพลิงถลาเริงระรื่นในเพลิงพายุฝน
ถ่ามกลางเหวห่าลมฝูงหนึ่งพิพากย์ยอดจำปา
อำนาจนั้นกระโจนเชื่อดขาดสิ้นดอกปลายยอด
บิดแตกขาดฉีกบิดเบี้ยวกลางอากาศธาตุลม
จำปาเสียสิ้นสติสมปฤดีอนิจจาแม่เจ้าเวย
ไถลถลอกกรอกกลิ้งตามบาทวิถีกลางกรุงสยามเทวา
แรงพายุมากเพียงใดกายยิ่งโหมกระหน่ำล่องไหล
วิหกถลาระเริงระรื่นในเพลงห่าพายุฝน
เสียงเปรี้ยงแสงหายไฟรุกไหม้ริมฝั่งซ้ายเจ้าพระยา
มนุษย์ตะโกนโหวกเหวกจัญไรข้ามฝาก
เทวทัตปรากฏร่างกลืนกินกลางสยามเทวานภาลัย
อำนาจนั้นเฉียบแรงสิ้นปราณีปราณีตกิเลสละมุน
ขูดขีดปราดป้ายกากกากคากถุ่มถุยอาบจิตวิริยะเพรียน
มิว่างมิวางมิวาย ฝูงไก่ทั่วดินแดนปิดกายสิ้นใจ
ทนทุกข์กลางแดดบ้าเยือกเย็นเผาธาตุจิต
เล่าลือเสียงนั้นฝากโน้นไกลโพ้นตายฝูงหนึ่ง
มืดแล้วสว่างแจ้งแล้วมืดดำเวียนแวะ
เวลานี้วิหกเพลิงดับแล้วหากแต่ระรื่นในฝูงฝน
ในความจริงมีความปลอมในความปลอมมีความจริง
All Rights Reserved.
Copyright©2006 Suppachai Suriyut
Copyright©2006 Suppachai Suriyut



No comments:
Post a Comment